จับตาการเรียงตัวของดาวเคราะห์ช่วงวันที่ 27 กรกฎาคม คศ 2010 ถีง 13 สิงหาคม 2010 - Update 15 สิงหาคม 2010
คาดการณ์ผลกระทบต่อของดาวเคราะห์ต่อโลก และ ดวงอาทิตย์
ในช่วงวันที่ 27 กรกฎาคม คศ 2010 ถีง 13 สิงหาคม 2010 จะมีปรากฏการณ์ดาวเรียงตัวซี่งจะส่งผลกระทบต่อโลกขนาดปานกลางถีงมาก สืบเนื่องมาจากปรากฏการณ์ดาวเคราะห์เรียงตัวเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พระอาทิตย์ได้ปล่อยเปลวพลังงานออกมา และเกิดจุดดับบนดวงอาทิตย์ขี้นอย่างต่อเนื่องหลังจากนั้น ซี่งส่งผลกระทบต่อโลกมากขี้นเรื่อยๆ สำหรับในรูปแบบของแผ่นดินไหวนั้นได้เกิดขี้นในระดับมากกว่า 6 ริตเตอร์เกือบทุกวัน ซี่งทำให้ความรุนแรงในครั้งนี้อาจจะต้องปรับระดับขี้น ระหว่างปานกลางถีงมาก
ปรากฏการณ์ดาวเคราะห์เรียงตัวระหว่างวันที่ 27-30 กรกฎาคม 2010
ในวันที่ 27 กรกฎาคม จะเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทิศทางอย่างฉับพลันของแรงจากดาวเคราะห์ที่กระทำต่อดวงอาทิตย์ ซี่งจะทำให้พระอาทิตย์เกิดปฏิกริยามากเป็นพิเศษอีกครั้ง และจะปล่อยพลังงานในรูปแบบของ CME จะส่งผลกระทบต่อโลกในรูปแบบของแผ่นดินไหว และ สภาพอากาศแปรปรวน เริ่มต้นไม่เกิน 24 ชม หลังจากเหตุการณ์นี้
ในวันที่ 3 สิงหาคม แรงกระทำจากดางเคราะห์จะต่ำที่สุดซ๊่งจะส่งผลกระทบต่อดวงอาทิตย์โดยจะเป็นวันที่คาดว่าจะมี Coronal hole ใหญ่ที่สุดในช่วงนี้ ซ๊่งจะทำให้เกิดลมสุริยะความเร็วสูง แต่เนื่องจากพระอาทิตย์เริ่มมีจุดดับเป็นจำนวนมากขี้น ความเร็วลมอาจจะไม่สูงกว่า 600 km/s แต่จะเหนี่ยวนำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6-7 ริตเตอร์ ประมาณวันที่ 4 สิงหาคม
แรงกระทำจากดวงดาวที่พระอาทิตย์จะต่ำสุดในวันที่ 3 สิงหาคม 2010 เวลาประมาณ 7:00 UTC
นอกจากนั้นในช่วงวันที่ 9-13 สิงหาคม จะเป็นการเปลี่ยนความเร็วของแรงกระทำจากดาวเคราะห์และจะทำให้เกิดปฏิกริยาที่พระอาทิตย์อีกครั้งหนี่งซี่งจะให้เกิดแผ่นดินไหวอีกครั้งเช่นกัน และจะมีขนาดใหญ่กว่าวันที่ 4 สิงหาคม
ดาวเคราะห์เรียงตัวในช่วงวันที่ 9-13 สิงหาคม
ปฎิกริยาที่พระอาทิตย์
ในวันที่ 24 กรกฎาคมพระอาทิตย์ได้ปล่อยพลังงาน CME ออกมา แม้ว่าจะไม่อยู่ในทิศทางของโลกแต่ก็จะส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศบนโลกประมาณวันที่ 27 กรกฎาคม
พลังงาน CME ที่ปล่อยออกมาทางด้านขวาล่างของดวงอาทิตย์ ในวันที่ 24 กรกฎาคม
ในวันที่ 25 กรกฎาคม เราเริ่มเห็น Coronal Hole ขนาดใหญ่ซ๊่งเริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาเรียงในแนวเดียวกับโลก และคาดการณ์ว่าจะเกิด Coronal Hole สูงสุดประมาณวันที่ 3 สิงหาคม
|
|
|
|
นอกจากนั้นภาพดาวเทียม SDO ในย่านความถื่แสง 304 A ได้กลับมาใช้งานได้อีกครั้งซี่งเราได้เห็นถีงความเปลี่ยนแปลงที่ปฏิกริยาดวงอาทิตย์เป็นอย่างมากกว่าในช่วงห้าวันที่ผ่านมา
ปฏิกริยาที่พระอาทิตย์ย่านความถี่แสง 304 A ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2010 เวลา 2:26 UTC
ในวันที่ 26 กรกฎาคม มีรายงานจาก spaceweather.com ว่าเกิดปฏิกริยาบริเวณจุดดับบนดวงอาทิตย์ คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อโลกในวันที่ 27 กรกฎาคม

ในวันที่ 27 กรกฎาคม เกิดการระเบิดที่จุดดับพระอาทิตย์ 1089 เวลา 4:15 UTC ซี่งได้ปล่อยพลังานระดับ C-class ออกมา sdowww.lmsal.com/sdomedia/ssw/ssw_client/data/ssw_service_100726_221924_23588836/www/ssw_cutout_20100727_040701_aia_171_S23W24_20100727_040700_m.mpg
ในวันที่ 28 กรกฎาคม เวลาประมาณ 14 UTC ได้ปล่อยพลังงานเปลวสุริยะขนาดใหญ่ที่ซีกตะวันออกเฉียงใต้ ขอให้ทุกคนติตตามสถานการณ์แผ่นดินไหวในวันที่ 29-31 กรกฎาคม ส่วนพี้นที่ๆคาดว่าจะได้รับผลกระทบหลักได้แก่บริเวณตะวันตกของสหรัฐอเมริกา รัฐแคลิฟอร์เนีย และบริเวณเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
|
28 กรกฎาคม 2010 13 UTC |
28 กรกฎาคม 2010 14:29 UTC |


นอกจากนั้นยังเกิดจุดดับอันไหม่ขี้นในเวลา 2:22 UTC

ในวันที่ 29 กรกฎาคม มีรายงานจาก spaceweather.com ว่าจะเกิดฝนดาวตกสูงสุดในวันนี้บริเวณท้องฟ้าข้างล้างซี่งอาจจะมากว่า 20 ครั้งต่อชั่วโมง
และเกิดเหตุระเบิดที่ดวงอาทิตย์เวลาประมาณ 1:45 UTC

ในวันที่ 30 กรกฎาคม พระอาทิตย์ได้ปล่อยพลังงาน CME ออกมาซี่งจะส่งผลกระทบต่อโลกในอีก 3 วันข้างหบ้าซี่งจะทำให้เกิดสภาพอากาศแปรปรวน และ อาจจะก่อให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดปานกลาง (6-6.5 ริตเตอร์)
ในวันที่ 1 สิงหาคม เวลา 8:55 UTC เกิดเหตุระเบิดครั้งใหญ่ที่ดวงอาทิตย์ซี่งมีทั้งจากจุดดับบนดวงอาทิตยฺ์ และ จากเปลวพลังงาน ซี่งเปลวพลังงานนี้อยู่ในทิศทางที่เข้ามาทางโลก ซี่งคาดว่าจะส่งผลกระทบรุนแรงในรูปแบบของแผ่นดินไหววันที่ 2-3 สิงหาคม และสภาพอากาศแปรปรวนเริ่มตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม ส่วนพี้นที่ๆคาดว่าจะได้รับผลกระทบจะอยู่บริเวณหนี่งในประเทศเหล่านี้ : ประเทศในทะเลแคลิเบียน บริเวณประเทศอินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ ปาปัวนิวกีนี หรือ หมู่เกาะฟิจิ
ในวันที่ 2 สิงหาคม ได้มีข่าวเกี่ยวกับการระเบิดของพลังงานสุริยะในวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมาซี่งเราต้องคอยดูถีงผลกระทบต่อโลกในเร็วๆนี้ http://welcometoafreeworld.blogspot.com/2010/08/nasa-says-large-cme-on-sun-headed-for.html
ในวันที่ 3 สิงหาคม พลังงาน CME ได้พุ่งเข้าชนโลก และเกิด Geomagnetic storm และ Aurora บริเวณขั้วโลก

แสงออร์โรร่าที่มาจาก CME ในครั้งนี้แพร่ลงมาถีงรัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-1300175/SOLAR-TSUNAMI-Northern-Lights-seen-far-Michigan-Suns-flare.html

|
ออร์โรร่าช่วงที่ CME กระทบกับชั้นบรรยากาศโลกในวันที่ 3 สิงหาคม |
ออร์ดโร่ร่าช่วงที่ไม่มี CME ในทิศทางของโลก ในวันที่ 7 สิงหาคม |
ในวันที่ 3 สิงหาคม มีรายงาน อุกกาบาต ตกซี่งคาดว่าจะมีปริมาณ สูงสุด ในระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคม ซี่งเป็นช่างที่เวป Truth4thai คาดการณ์ว่าจะเป็นช่วงที่มีปฏิกริยาพระอาทิตย์ครั้งใหญ่ระดับปานกลาง อีกครั้ง

ในวันที่ 7 สิงหาคม เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ที่จุดดับบนพระอาทิตย์ เวลา 18:25 UTC ส่งพลังงานระดับ M-class มายังโลก ซี่งคาดว่าจะส่งผลกระทบครั้งใหญ่ในวันที่ 8-9 สิงหาคม และอาจจะทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.5-7.5 ริตเตอร์ ส่วนบริเวณที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบหนักจะอยู่บริเวณประเทศ เม็คซิโก หรือ ประเทศในบริเวณอ่าวเม็คซิโก ส่วนโซนที่สองจะอยู่บริเวณมหาสมุทรอินเดีย - แต่เนื่องจากทิศทางระเบิดอยู่ทางด้านที่โลกเคลื่อนที่่ออกห่างจีงไม่ส่งผลกระทบมากตามที่คาดการณ์เอาไว้ ส่วน CME ที่เกิดขี้นในวันเดียงกันในฝั่งที่โลกจะเคลื่อนตัวเข้าหาจะเดินทางมาถีงโลกในวันที่ 10-11 สิงหาคม ตามรายงานของ Spaceweather ซี่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศของโลกและอาจจะเหนียวนำให้เกิดแผ่นดินไหวได้


ในวันที่ 10 สิงหาคม จุดดับขนาดใหญ่บนดวงอาทิตย์เข้ามาเรียงตัวในแนวเดียวกับโลก
ในวันที่ 13 สิงหาคม เกิดการระเบิดครั้งใหญ่อีกครั้งที่พระอาทิตย์ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ ในเวลาประมาณ 5-10 UTC
|
พระอาทิตย์ วันที่ 13 สิงหาคม เวลา 5 UTC |
พระอาทิตย์ วันที่ 13 สิงหาคม เวลาประมาณ 10 UTC |
นอกจากนั้นยังมีรายงานจาก spaceweather.com ว่าเกิดปรากฏการณ์ฝนดาวตกเป็นจำนวนมาก

จำนวนอุกกาบาตที่เข้ามาที่โลกในช่วงวันที่ดาวเรียงตัว และ พระอาทิตย์มีปฏิกริยาสูง
ในวันที่ 14 สิงหาคม เวลา 10:05 UT เกิดเหตุระเบิดอีกครั้งที่พระอาทิตย์ ซี่งได้ปล่อยพลังงานระดับ C4 จากบริเวณจุดดับด้านตะวันตกเฉียงเหนือ คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อโลกเช่นกันภายในวันที่ 15-16 สิงหาคมนี้


ผลกระทบต่อโลก
ในวันที่ 25 กรกฎาคม เกิดแผ่นดินไหวที่หมู่เกา Tonga เวลา 3:39 UTC ขนาด 6.0 ริตเตอร์ http://www.emsc-csem.org/Earthquake/earthquake.php?id=180143

ในวันที่ 27 กรกฎาคม เกิดแผ่นดินถล่มที่ประเทศจีนทำให้มีผู้เสียชีวิต 21 คน ซี่งเป็นผลมาจากการที่เกิดน้ำท่วมหนัก http://www.google.com/hostednews/ap/article/ALeqM5h4WzWeMJ7PKISlH1gvwNg_5weS1wD9H7F1MO0
และทางการประเทศโคลัมเบียแจ้งเตือนเกี่ยวกับปฏิกริยาภูเขาไฟที่เตรียมจะปะทุ http://colombiareports.com/colombia-news/news/10990-colombias-machin-volcano-on-yellow-alert.html
ในวันที่ 28 กรกฎาคม เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่ประเทศ ปากีสถาน http://news.yahoo.com/s/ap/20100728/ap_on_re_as/as_pakistan
http://www.latimes.com/news/nationworld/world/la-fg-pakistan-plane-crash-20100729,0,5833871.story
ในวันที่ 29 กรกฎาคม มีปริมาณลาวาจำนวนมากไหลออกมาจาภูเขาไฟที่หมู่เกาฮาวาย http://www.staradvertiser.com/news/hawaiinews/20100728_Residents_nervous_as_lava_advances.html
ในวันที่ 29 กรกฎาคม เวลา 7:31 UTC เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.3 ริตเตอร์ ที่ประเทศฟิลิปปินส์ http://www.emsc-csem.org/Earthquake/earthquake.php?id=180890

และเกิดปรากฏการณ์ประหลาดที่จระเข้หากินกันเป็นกลุ่มซี่งไม่เคยเกิดขี้นมาก่อน
ในวันที่ 30 กรกฎาคม เวลา 3:56 UTC เกิดแผ่นดินไหวบริเวณรอยต่อระหว่างรัสเซีย และ รัฐอาลาสกา สหรัฐอเมริกา ขนาด 6.4 ริตเตอร์ www.emsc-csem.org/Earthquake/earthquake.php

และมีรายงายน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ประเทศปากีสถาน www.google.com/hostednews/afp/article/ALeqM5jZ2EfrZivo9LVEo8R72ovWCmkgLw
ในวันที่ 31 กรกฎาคม มีลูกเห็บขนาดใหญ่ตกที่รัฐดาโคตา สหรัฐอเมริกา ซี่งเป็นลูกเห็บขนาดใหญ่ที่่สุดเท่าที่เคยบรรทึกมา http://www.guardian.co.uk/world/feedarticle/9199317
ในวันที่ 2 สิงหาคม เกิดเหตุเครื่องบินบรรทุกสินค้าตกที่รัฐอาลาสกา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9530000106610
และมีรายงานน้ำท่วมหนักสูงกว่า 1 เมตรที่เกาะช้างในประเทศไทย http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9530000106665
นอกจากนั้นยังเกิดเหตุการณ์ระบบทำความเย็นของกระสวยอวกาศเสียอีกด้วย http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9530000106546
และยังมี Heatwave และไฟป่าเกิดขี้นที่ประเทศรัศเซียทำให้มีผู้เสียชีวิต 34 คน http://www.guardian.co.uk/world/2010/aug/02/russia-heatwave-wildfires-deaths

สุดท้ายมีแมงกระพรุนปรากฏขี้นที่ชายหาดที่สเปนจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ http://www.telegraph.co.uk/earth/wildlife/7922422/Jellyfish-invasion-closes-beaches-across-Spain.html

ในวันที่ 3 มีนาคม เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศอินโดนีเซียขนาด 6.5 ริตเตอร์ ในเวลา 12:08 UTC http://www.emsc-csem.org/Earthquake/earthquake.php?id=181708

และยังเกิดอุบัติเหตุทางการบินเป็นจำนวนมากในประเทศสหรัฐอเมริกา Heatwave ที่ประเทศญี่ปุ่นและในยุโรป นอกจากนั้นยังมีพายุก่อตัวบริเวณทะเลแคลิเบียน
และยังมีรายงานสภาพอากาศหนาวจัดที่ประเทศอาเจนตินาเป็นประวัตการณ์ และ หนาวกว่าทวีปแอนตาร์กติกา http://www.bloomberg.com/news/2010-08-03/argentina-colder-than-antarctica-spurs-record-power-imports-shuts-plants.html
ในวันที่ 4 สิงหาคม เวลา 7:15 UTC เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ริตเตอร์บริเวณหมู่เกาะปาปัวนิวกีนี http://www.emsc-csem.org/Earthquake/earthquake.php?id=181822
และเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ริตเตอร์ เวลา 22:01 UTC เกิดแผ่นดินไหวที่ปาปัวนิวกีนีอีกครั้ง http://www.emsc-csem.org/Earthquake/earthquake.php?id=181957
ในวันที่ 6 สิงหาคม มีรายงานภูเขาไฟระเบิดที่ประเทศอินโดนีเซีย http://www.cnn.com/2010/WORLD/asiapcf/08/06/indonesia.volcano.eruption/
เกิดน้ำท่วมใหญ่ที่แคว้นแคชเมืย ประเทศอินเดีย http://www.latimes.com/news/nationworld/world/la-fg-india-storm-20100807,0,5152154.story
และมีรายงานธารน้ำแข็งถล่มที่ประเทศแคนนาดา ที่ให้ต้องอพยพประชาชนกว่า 4000 คน http://www.calgaryherald.com/news/people+evacuation+alert+after+melting+glacier+triggers+massive+slide/3370064/story.html
นอกจากนั้นยังมีรายงานสัตว์น้ำตายเป็นจำนวนมาก ที่ประเทศโบลิเวีย อาจจะเป็นเพราะอากาศหนาวเย็นจัด http://www.boliviabella.com/1-million-fish-dead-in-bolivian-ecological-disaster.html
สุดท้ายยังมีรายงาน เกี่ยวกับภูเขาน้ำแข็งขนาดเท่าเกาะแมนแฮตตัน แตกออกมา http://www.livescience.com/environment/ice-breaks-off-greenland-glacier-100808.html

ในวันที่ 8 สิงหาคม มีรายงานน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ยุโรปกลาง http://www.google.com/hostednews/afp/article/ALeqM5juXjIq9Ws3MWdUL2osG9HF9SLQrw
ในวันที่ 9 สิงหาคม เกิดหินอุตกาบาตตกในเมืองซานตาเฟ่ รัฐนิวเม็คซิโก สหรัฐอเมริกา http://www.space.com/scienceastronomy/ancient-meteorite-impact-new-mexico-100809.html
ในวันที่ 10 สิงหาคม เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.5 ริตเตอร์ เวลา 5:23 UTC ที่หมู่เกาะวูเนาตู http://www.emsc-csem.org/Earthquake/earthquake.php?id=182923

ในวันที่ 11 สิงหาคม เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.9 ริตเตอร์ เวลา 3:35 UTC ที่หมู่เกาะวูเนาตูอีกครั้ง http://www.emsc-csem.org/Earthquake/earthquake.php?id=183111

ในวันที่ 12 สิงหาคม เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.1 ริตเตอร์ เวลา 11:54 UTC ที่ประเทศเอควาดอร์ http://www.emsc-csem.org/Earthquake/earthquake.php?id=183378

ในวันที่ 13 สิงหาคม เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.2 ริตเตอร์ เวลา 21:19 UTC ที่บริเวณหมู่เกาะมาริน่า http://www.emsc-csem.org/Earthquake/earthquake.php?id=183660

มีปลาตายเป็นจำนวนมากบริเวณชายฝั่งตะวันออกของประเทศสหรัฐอเมริกา http://morichesdaily.com/2010/08/dep-delaware-bay-scene-major-wash-up-dead-fish/

และมีรายงานน้ำท่วมหนักที่ประเทศจีน http://www.businessweek.com/news/2010-08-13/more-floods-hit-china-s-gansu-as-landslide-deaths-exceed-1-000.html
ในวันที่ 14 สิงหาคม เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.3 ริตเตอร์ ในเวลา 7:30 UTC ที่หมู่เกาะมาริน่า http://www.emsc-csem.org/Earthquake/earthquake.php?id=183744
และยังมีเหตุการณ์แมวน้ำตายและบาดเจ็บจำนวนมากที่ประเทศอังกฤษ http://www.telegraph.co.uk/earth/wildlife/7944983/Seals-wash-up-with-mysterious-injuries.html

ในวันที่ 15 สิงหาคม เกิดแผ่นดินไหวที่ ประเทศ ปาปัวนิวกีนี ขนาด 6.2 ริตเตอร์ 15:09 UTC http://www.emsc-csem.org/Earthquake/earthquake.php?id=184014

- Login or register to post comments
- Printer-friendly version





















Comments
5 comments postedนักวิทยาศาสตร์ได้เตือนไว้ว่าโลกจะถูกกระแทกโดยพลังงานแม่เหล็กอย่างรุนแรงเมื่อพระอาทิตย์มีปฏิกิริยาสูงสุดในช่วงประมาณปี ค.ศ 2013
http://www.telegraph.co.uk/science/space/7923069/Nasa-scientists-braced-...
ผลตามทฤษฏี http://www.truth4thai.org/node/186
อ.ปาย แผ่นดินไหวติดกัน 13 ครั้งในรอบ 12 ชม. แต่ไม่พบความเสียหาย
http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryI...
จริง ๆ แล้วยังมีภัยพิบัติเยอะกว่านี้ครับติดต่อกันรุนแรงกว่านี้อีก ท่านผู้ติดตามสามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้จาก Daily New, Manager, INN, Thairath , CNN, RT ฯลฯ ผมสงสัยอยู่อย่างหนึ่งว่านอกจากแผ่นดินไหวภูเขาไฟและระเบิดแล้ว น้ำท่วม, พายุ, คลื่นความร้อน, คลื่นความเย็น, แผ่นดินถล่ม, แผ่นดินยุบ เกี่ยวข้องกับปัจจัยที่มาจากการที่ดาวเรียงตัวและปฏิกิริยาดวงอาทิตย์ไหมครับ เพราะช่วงนี้ในแต่ละประเทศได้เกิดบ่อยมากผิดปกติแล้วครับ
ตอนนี้สภาพบรรยากาศชั้นนอกโลกมีความผิดปกติมาก อาจจะเป็นเพราะช่วงนี้พระอาทิตย์มีปฏิกริยารุนแรงอย่างต่อเนื่องซี่งไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อนในวัฏจักรที่ 24 นอกจากนั้นทางการได้พยายามทุกวิถีทางในการปิดกั้นข้อมูลเปลวสุริยะไม่ให้ประชาชนเข้าถีงได้โดยง่าย ทำให้เราไม่ได้เห็นภาพรวมที่อาจจะเลวร้ายกว่าที่ทางเวปพยายามนำมาเสนอก็เป็นได้ เรื่องของดาวเคราะห์เรียงตัวนั้นเป็นเพียงเครื่องมือในการคาดการณ์ปฏิกริยาของพระอาทิตย์และโลก ซี่งยังต้องอาศัยขบวนการทางวิทยาศาสตร์มาอธิบายแรงกระทำที่เกิดขี้นต่อไป
ส่วนเรื่องสถานการณ์ภัยพิบัติ ถ้าขาดตกข้อมูลใดๆ คงต้องวานให้ท่านสมาชิกช่วยเพิ่มข้อมูลด้วยครับ
"Just because they write it down and call it history doesn't make it the truth. / We live in a world where seeing is not believing." In other words, what you think happened - what the official story is - isn't the truth?"
MUnAT