จับตาการเรียงตัวของดาวเคราะห์ช่วงวันที่ 8-11 กันยายน คศ 2010 - Update 19 กันยายน คศ 2010
ในช่วงเดือนกันยายนของปี 2010 จะเป็นเดือนที่่มีดาวเคราะห์เรียงตัวเป็นจำนวนมากอีกเดือนซี่งทางเวปของเราคาดว่าจะเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งร้ายแรง จีงได้ทำการทำนายล่วงหน้าเกือบสามอาทิตย์
ตั้งแต่เดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา พระอาทิตย์ได้ตืนขี้นมากจากภาวะที่สงบอย่างเป็นทางการ และเกิดปฏิกริยาเป็นจำนวนมากเกือบทุกวัน เช่นเดียวกับจำนวนพิบัติที่เกิดขี้นเป็นจำนวนมากบนโลกหลังจากนั้นมา เนี่องจากเหตุการณ์เหล่านี้มีเพิ่มขี้นเป็นจำนวนมาก และมากทีอาจจะมากกว่าที่เราจะคาดการณ์ได้ครบ เราจีงขอเน้นเฉพาะเหตุกการณ์ที่สังเกตุเห็นได้ชัดเจนตำแหน่งของดาวเคราะห์เป็นหลัก ส่วนเหตุการณ์ย่อยๆ นั้นเราจะใช้การสังเกตุปฏิกริยาพระอาทิตย์แบบวันต่อวันเพี่อมายีนยันความถูกต้องของการคาดการณ์และระดับของความรุนแรงอีกที นอกจากนั้นทีมงานของเรากำลังคิดวิธีการใหม่ซี่งจะสามารถคาดการณ์เหตุการณ์ย่อยๆ ได้อย่างเที่ยงตรงมากขี้นอีกด้วยซี่งจะนำมาเสนอในอนาคตอันใกล้
คาดการณ์ผลกระทบต่อของดาวเคราะห์ต่อโลก และ ดวงอาทิตย์
เหตุการณ์คราวนี้เริ่มจากช่วงวันที่ 20-22 สิงหาคม คาดว่าเปลวพระอาทิตย์ที่ปรากฏขี้นในบริเวณตะวันออกเฉียงเหนือในวันที่ 9 สิงหาคม จะมีปฏิกริยาและปล่อยพลังงานออกมาในรูปแบบของ CME ถ้าทิศทางของพลังงานนี้มาที่โลกจะส่งผลในรูปแบบของสภาพอากาศแปรปรวน แผ่นดินไหว หรือ ภูเขาไฟระเบิด จะสถิติที่ผ่านมาพบว่าเป็นไปได้สูงที่ปฏิกริยาจะอยู่ในรูปแบบของภูเขาไฟระเบิด และ แผ่นดินไหวขนาด 6.5-7.0 ริตเตอร์ - ข้อสรุปหลังเหตุการณ์นี้ - CME เกิดขี้นในวันที่ 19 สิงหาคม ในทิศทางเกือบจะตั้งฉากกับโลกจีงไม่ส่งผลกระทบมากนัก แต่เกิด Coronal hole ขนาดใหญ่ตามมาในวันที่ 22 สิงหาคม ซี่งส่งผลกระทบในรูปแบบของสภาพอากาศแปรปรวนเป็นหลัก
ปฏิกริยาที่พระอาทิตย์ในวันที่ 10 สิงหาคม คศ 2010
ส่วนในเดือนกันยายนนั้นจะมีการเรียงตัวระหว่าง พระอาทิตย์ ดาวพุทธ และ โลก ในวันที่ 3 กันยายน คศ 2010 ซี่งคาดว่าจะเกิดปฏิกริยาที่ดวงอาทิตย์ขนาดปานกลาง จากนั้นในวันที่ 7 กันยายน จะมีดาวเคราะห์เรียงตัวกันอีกครั้งระหว่างดวงอาทิตย์ ดาวพุทธ และ ดาวพฤหัส ซี่งคาดว่าจะเกิดปฏิกริยาพระอาทิตย์ครั้งใหญ่และส่งพลังงานในรูปแบบของ CME มายังโลก ซี่งอาจจะได้รับผลกระทบร้ายแรงในวันที่ 9 กันยายน - ผลลัพธ์ : เกิด CME ในวันที่ 8 กันยายนเวลา 23 UTC แต่ทิศทางไม่มาทางโลก จีงไม่ได้รับผลกระทบร้ายแรงตามที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า
ดาวเคราะห์เรียงในวันที่ 3 กันยายน คศ 2010
ดาวเคราะห์เรียงในวันที่ 7 กันยายน คศ 2010 เวลา 9:30 UTC
ดาวเคราะห์เรียงในวันที่ 8 กันยายน คศ 2010 เวลา 13:30 UTC
ดาวเคราะห์เรียงตัวในวันที่ 9 กันยายน คศ 2010 เวลาประมาณ 17:30 UTC
แรงกระทำของดาวเคราะห์สูดสุดในวันที่ 9 กันยายน คศ 2010 เวลาประมาณ 18:00 UTC
ซี่งในวันเดียวกันนั้นเวลาเป็นวันที่แรงกระทำจากดาวเคราะห์มีขนาดสูงสุดในเวลาประมาณ 18:00 UTC ซี่งตามสถิติแล้วจะมีเหตุการณ์ระเบิดที่พระอาทิตย์ 12-24 ชั่วโมงก่อนเวลานี้ จี่งคาดว่าพระอาทิตย์จะปล่อยพลังงานขนาดใหญ่ออกมาในช่วงเวลากลางคืนของวันที่ 8 กันยายน ส่วนทิศทางของพลังงานนั้นคาดว่าจะเป็นในทิศทางของดาวพฤหัส ซี่งอยู่ในแนวที่ใกล้เคียงกับโลก ซี่งทำให้ผลกระทบต่อโลกครั้งนี้มีขนาดใหญ่ ซี่งจะคาดว่าจะเหนียวนำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดระหว่าง 7 ถีง 8.5 ริตเตอร์ ในเวลา 14-16 UTC ถ้าพลังงานเข้ามาในทิศทางที่คาดการณ์ไว้ ส่วนพี้นที่เสียงต่อแผ่นดินไหวได้แก่ ประเทศปาปัวนิวกีนี เกาะวูเนาตู ส่วนอีกฝั่งหนื่งของโลกที่จะได้รับผลกระทบได้แก่ประเทศในยุโรป เช่น สเปน โปรตุเกส อิตาลี ถ้าไม่เกิดแผ่นดินไหว ก็จะอยู่ในรูปของน้ำท่วมฉับพลัน หรือ Heatwave โซนที่มีความเสี่ยงต่อภัยพิบัติอย่างมากคาดว่าจะเป็นโซนที่ 1 และ 2 ส่วนโซนที่ 3 และ 4 นั้นจะมีความรุนแรงรองลงมา
พี้นที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติ และแผ่นดินไหวในวันที่ 9 กันยายน คศ 2010
หลังจากนั้นในวันที่ 11 กันยายนจะเป็นวันที่มีดาวเรียงตัวระหว่าง โลก ดวงจันทร์ ดาววีนัส และ ดาวอังคาร ซี่งที่อาจจะเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่โลกอีกครั้งขนาดประมาณ 6.5-7.2 ริตเตอร์ ซี่งอาจจะเกิดจากปฏิกริยาของพระอาทิตย์ต่อเนี่องจากวันที่ 8-9 กันยายน แต่ในขณะนี้เรายังไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะคาดการณ์พี้นที่เสี่ยงในวันที่11 ได้เพราะข้อมูลในการประมวลผลไม่เพียงพอ
หลังจากนั้นอาจจะเกิดแผ่นดินไหวอีกครั้งประมาณวันที่ 15-17 กันยายน ตามคำคาดการณ์จาก http://www.galactic-centre-2012.com/id25.html ซี่งเป็นแนวเรียงตัวเกี่ยวกับทางช้างเผือกซี่งคงต้องจับตาดูกันต่อไป
ปฏิกริยาที่พระอาทิตย์
ในวันที่ 15 สิงหาคม มีรายงานเตือนจาก NOAA คาดการว่าจะเกิด Geomagnetic strom.ในวันที่ 17-18 สิงหาคมซี่งเป็นผลมาจาก การระเบิดในวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา http://www.swpc.noaa.gov/WhatsNew.html คาดว่าจะส่งผลต่อโลกในรูปแบบของสภาพอากาศแปรปรวนเป็นหลัก
ในวันที่ 18 สิงหาคม Coronal Hole ขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนตัวจากทางด้านตะวันออกเข้ามาทิศทางเรียงตัวกับโลกในอีกประมาณวันที่ 21-23 สิงหาคม ซี่งจะทำให้เกิดความเร็วลมสุริยะสูงพัดผ่านมาทางโลกและอาจจะเหนี่ยวนำให้เกิดแผ่นดินไหวมากเป็นพิเศษในช่วงนั้น นอกจากนั้นยังมีจุดดับบริเวณตะวันออกเฉียงใต้ซี่งจะมาเรียงตัวกับโลกในวันที่ 21 สิงหาคม ก่อนที่ Coronal Hole จะเข้ามาเรียวตัวภายหลัง นอกจากนั้นได้มี filament ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือหลุดออกมาเช่นกัน

ในวันที่ 20 สิงหาคม มีรายงานจาก space weather.com เกี่ยวกับ Coronal hole ที่จะหันหน้ามาเรียงตัวกับโลกอย่างที่ทางเวปเราแจ้งมาล่วงหน้า ซี่งคาดว่าจะเข้ามาเรียงตัวในวันที่ 24 สิงหาคม นี้

|
|
|
|
ในวันที่ 23 สิงหาคม เราจะสังเกตุเห็นว่าลมสุริยะมีความเร็วสูงขี้นอย่างรวดเร็วจาก ~ 280 กิโลเมตรต่อวินาที เป็น 450 กิโลเมตรต่อวินาที และอาจจะสูงขี้นอีกในระยะเวลาอันใกล้ ซี่งจากสถิติแล้วอาจจะเหนี่ยวนำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดเกิด 6 ริตเตอร์ในวันที่ 24-25 สิงหาคม
ในวันที่ 25 สิงหาคม ได้มีการผลการจำลองพลังงาน CME ปล่อยออกในวันที่ 20 สิงหาคม ตรงตามที่ทางเวปเราคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าถีง 2 อาทิตย์ แต่ทิศทางไม่ได้พุ่งมาทางโลก โลกจีงไม่ได้รับผลกระทบมากนั้น และอยู่ในรูปแบบของสภาพอากาศแปรปรวนเป็นหลังซี่งส่วนใหญ่เป็นอิทธิพลจาก Coronal hole
truth4thai.org/sites/default/files/CME Aug 22 10.gif
รูปการจำลองทิศทางของพลังงานที่พระอาทิตย์ปล่อยออกมาในวันที่ 19 สิงหาคม ซี่งเกิดขี้นตอนช่วงทางดาว พุทธและดางศุกร์ เรียงตัว
ในวันที่ 27 สิงหาคม มีการระเบิดขนาดเล็กทางซีกตะวันตกเฉียงใต้ของพระอาทิตย์
ในวันที่ 28 สิงหาคม เราเริ่มสังเกตุเห็นจุดดับ 1101 ได้ชัดขี้นทางฝั่งตะวันออกและเริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาเรียงในแนวเดียวกับโลก ซี่งเราคาดว่าจะเกิดขี้นในวันที่ 1 กันยายน นี้
|
25 สิงหาคม
30 สิงหาคม |
28 สิงหาคม
31 สิงหาคม |
29 สิงหาคม เกิดเหตุระเบิดทางด้านหลังของดวงอาทิตย์ (ภาพจาก STEREO A) ในวันที่ 31 สิงหาคม เวลา 20:55 UTC |
ในวันที่ 29 สิงหาคม เราเริ่มสังเกตุเห็นพี้นที่ของพระอาทิตย์ที่มีปฏิกริยาสูงซี่งกำลังเคลื่อนที่มาเรียงตัวกับโลกในอีกประมาณ 8 วัน ซ๊่งคาดว่าจะทำให้เกิดสภาพอากาศแปรปรวนบนโลกอีกครั้งหนี่งประมาณวันที่ 7 ถีง 11 กันยายน คงต้องรองดูว่าต่อไปว่าผลกระทบต่อโลกนั้นจะมากแค่ไหน
ในวันที่ 2 กันยายน มีพระอาทิตย์ปล่อยพลังงาน CME ออกมาในแนวของดาวเสาร์ ซี่งเกิดหลังจากการที่ จุดดับบนดวงอาทิตย์เรียงตัวกับโลก และ ปรากฏการณ์ดาวเรียงตัวระหว่างโลก ดาวพุทธ และ ดวงอาทิตย์ ตามที่่คาดการณ์ล่วงหน้าถีง 2 อาทิตย์ ซี่งเราเริ่มเห็นจำนวนจุดดับบนดวงอาทิตย์เพิ่มขี้นเกือบสองเท่าตัวจาก 28 เป็น 51 ภายในเวลาเพียงหนี่งวัน
ในวันที่ 4 กันยายน เราเริ่มเห็นเปลวพลังงานขนาดใหญ่ทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของดวงอาทิตย์ เปลวนี้อาจจะหลุดออกมาประมาณวันที่ 7 กันยายน พร้อมกับพลังงาน X-ray จาก Active region บริเวณ จากการจุดฉนวนจากดาวเคราะห์เรียงตัว ดังนั้นถ้าเปลวพลังงานนี้พุ่งมายังโลก พร้อมกับพลังงาน X-ray หรือ พลังงานอี่นๆ ก็จะส่งผลร้ายแรงต่อโลกในวันที่ 8 กันยายนเป็นต้นไป
ในวันที่ 4 กันยายน เกิดเหตุระเบิดที่พระอาทิตย์ บริเวณที่ 4 จากภาพข้างบนส่งผลให้เกิด CME คงจะต้องติดตามผลกระทบที่จะเกิดบนโลกในอีก 1-3 วันข้างหน้า
ในวันที่ 5 กันยายน ดาวเทียม GOES ตรวจจับพลังงาน X-ray ซี่งมาจากพระอาทิตย์ พบว่าทีพลังงานเพิ่มสูงขี้นทุกวันตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน ซ๊่งคาดว่าจะสูงสุดประมาณวันที่ 7-8 กันยายน นี้และจะปรับตัวลดลงหลังจากนั้น ซี่งคงต้องติดตามกันต่อไป
ในวันที่ 6 กันยายน ทางการได้ตัดสัญญาณภาพถ่ายดาวเทียมจาก SDO ความยาวคลื่น 304 A และอีกหลายความถี่ออกไปซี่งเป็นความยาวคลื่นที่สามารถเห็นเปลวพลังงาน เป็นลางบอกเหตุว่าจะมีเหตุการณ์ใหญ่เกิดขี้นในเร็วๆนี้ แต่ยังคงให้ข้อมูลความยาวคลื่น 193 อยู่และจะเห็นว่า Active region โซน 1 (ดังที่กล่าวไว้เบี้องต้นเริ่มเข้ามาเรียงตัวกับโลกแล้ว) - ในเวลา 19 UTC ข้อมูลจาก SDO กลับมาแล้วซี่งได้ตัดภาพช่วงเวลาที่ Active region เรียงตัวกับโลกไป
ในเวลา 15:00 UT พระอาทิตย์ได้ปล่อยพลังงานระดับ C1 เป็นครั้งแรงในรอบสิบกว่าวันที่ผ่านมา คิดว่าพระอาทิตย์จะปล่อยพลังงานออกมาสูงกว่านี้อีกในวันที่ 7-8 กันยายนนี้
วันที่ 7 กันยายน ในเวลา 11:55 UT ปฏิกริยาพระอาทิตย์เริ่มปรับตัวลดลง และจำนวนจุดดับลดลงอย่างรวดเร็วจาก 54 เหลือ 24 และปริปริมาณ X-ray flux มีแนวโน้มลดลง แต่ดาวเทียม SDO ได้ตัดสัญญาณภาพออกไปทำให้เราไม่เห็นพฤติกรรมของ พระอาทิตย์ในช่วงนี้ แต่เราคงต้องติดตามผลกระทบที่จะมีต่อโลกไปอีกประมาณ 2 วันข้างหน้า
ต่อมาในวันเดียวกันเกิดการระเบิดของ filament ซี่งตรงที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า แต่มีขนาดเล็กกว่าที่คาดาการณ์ไว้ และทิศทางไม่ตรงกับโลกมากนัก (spaceweather.com) แต่คาดว่าจะส่งผลต่อโลกในรูปแบบของแผ่นดินไหวในวันที่ 9 กันยายน และ Geomagnetic Strom ในวันที่ 10 กันยายน
วิดีโอการะเบิดที่ดวงอาทิตย์ในวันที่ 7 กันยายน
จุดดับที่พระอาทิตย์สูงสุดในวันที่ 7 กันยายน

สัญญาณความเร็วลมสุริยะขาดไปในช่วงที่เกิดการระเบิดวันที่ 7 กันยายน
ในวันที่ 8 กันยายน เวลาประมาณ 23 UTC เกิดเหตุระเบิดที่พระอาทิตย์ส่งพลังงาน X ray ระดับ C-class มาที่โลก แต่สัญญาณภาพดวงอาทิตย์ถูกตัดขาด แต่สุดท้ายทางการก็เผยแพร่ภาพออกมาให้เราดูทีหลัง การระเบิดคราวนี้ออกมาในแนวตั้งฉากกับดาวพฤหัส และออกมาจากจุดดับที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า แต่เนื่องจากทิศทางของการระเบิดเกือบจะตั้งฉากกับโลก จีงไม่เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ตามที่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า
ภาพถ่าย SDO ช่วงเกิดระเบิดบริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของพระอาทิตย์

ภาพจำลองเหตุการณ์ CME ในช่วงเช้าของวันที่ 9 กันยายน โดยมองจากมุมบน และ ด้านข้าง ของระบบสุริยะจักรวาล
เกิด CME ในช่วงปลายของวันที่ 8 กันยายน แต่ทิศทางออกมาในแนวตั้งฉากกับโลก จี่งไม่ส่งผลกระทบต่อโลกในรูปแบบของแผ่นดินไหวมากนัก เพราะแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรง (ที่เกี่ยวข้องกับ CME) จะเกิดขี้นก็ต่อเมื่อพลังงานเข้ามาในทิศทางของโลกเป็นหลัก
นอกจากนั้นยังเกิดออร์โรร่าสีม่วงซี่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กโลก ซี่งนานๆจะเกิดทีหนี่ง เพราะปกติจะเป็นแสงสีเขียว
แสงออร์โรร่าสีม่วงที่ประเทศนอร์เวย
และปฏิกริยาครั้งนี้ยังทำให้เกิดความต่างศักย์ไฟฟ้าที่ผิวโลกอย่างฉับพลันที่ประเทศนอร์เวย

ในวันที่ 10 กันยายน จุดดับ 1100 เคลื่อนตัวครบรอบดวงอาทิตย์ และ จะกลับมาเรียงตัวกับโลกประมาณวันที่ 17 กันยายน นี้ซี่งจะทำให้เกิดจำนวนจุดดับที่นับจากโลกมีจำนวนสูงขี้นและอาจจเหนี่ยวนำให้เกิด แผ่นดินไหวและสภาพอากาศแปรปรวน ผู้ทีสนใจโปรดติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
ภาพถ่ายความยาวเคลื่อน 304 A แสดงให้เห็นถีงจุดดับ 1100 ที่กำลังเคลื่อนตัวในแนวของโลก ประมาณวันที่ 17 กันยายน
ในวันที่ 11 กันยายน เวลาประมาณ 0 UTC เกิดเหตุระเบิดที่พระอาทิตย์บริเวณตะวันออกเฉียงเหนือ แต่คราวนี้ทิศทางพุ่งมาทางโลก และมีโอกาศสูงที่จะส่งผลกระทบต่อโลกในอีก ประมาณไม่เกิน 1-2 วันข้างหน้าในรูปแบบของแผ่นดินไหวขนาดเกิน 6.5 ริตเตอร์ และสภาวะอากาศแปรปรวน ยังมีความเป็นไปได้สูงที่แผ่นดินไหวขนาดเกิน 6.2 ริตเตอร์ครั้งแรกจะเกิดขี้นในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้าจากเหตุการณ์ครั้งนี้ link

ภาพจำลองเหตุการณ์ CME ในวันที่ 11 กันยายน 2010 ซี่งแสดงให้เห็นว่าทิศทางพุ่งมาทางโลก
ในวันที่ 12 กันยายน ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงที่พระอาทิตย์ และมีปริมาณจุดดับน้อย จีงมีความเสียงต่อการเกิดเหตุบนโลกต่ำ แต่ยังมี CME ที่กำลังเดินทางมาที่โลกซี่งอาจจะส่งผลกระทบต่อโลกได้ในช่วงสั้นๆ ปกติ CME จะใช้เวลา 3 วันในการเดินทางมาที่โลก และเราจะสังเกตุเห็นออร์โรร่าบริเวณขั้วโลกเมื่อ CME เดินทางมาถีงโลก
|
|
|
|
ในวันที่ 13 กันยายน มีวัตถุขนาดใหญ่เคลื่อนตัวผ่านดวงอาทิตย์ ซี่งจับภาพได้จากดาวเทียม SOHO http://sohowww.nascom.nasa.gov//data/REPROCESSING/Completed/2010/c3/20100913/20100913_0606_c3_1024.jpg

ผลกระทบต่อโลก
ในวันที่ 20 สิงหาคม เวลา 17:56 UTC เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศปาปัวนิวกีนีขนาด 6.0 ริตเตอร์ http://www.emsc-csem.org/Earthquake/earthquake.php?id=184801

ในวันที่ 21 สิงหาคม มีรายงงานน้ำท่วมรวบสองที่ประเทศปากีสถาน ทำให้มีการอพยพประชาชนหลายพันคน news.sky.com/skynews/Home/World-News/Pakistan-Fresh-Flooding-Forces-150000-People-To-Evacuate-In-The-South/Article/201008315701226
ในวันที่ 20 สิงหาคม เวลา 18:22 UTC ได้มีรายงานอุกกาบาตพุ่งชนดาวพฤหัสซี่งเป็นครั้งที่ สามในรอบ 13 เดือน

ในวันที่ 23 สิงหาคม มีรายงานภูเขาไฟซากุระจิมาได้มีปฏิกริยาสูงขี้น http://earthobservatory.nasa.gov/NaturalHazards/view.php?id=42730

มีพายุโซนร้อนก่อตัวขึ้นบริเวรมหาสมุทรแอตแลนติกห่างจากฝั่งประเทศสหรัฐอเมริกา และมีกำลังแรงกว่าที่คาดวไว้ http://www.cbsnews.com/stories/2010/08/22/ap/national/main6795815.shtml
และมีพายุลูกเห็บถล่มเมืองคัลการี่ ประเทศแคนนาดา สร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก http://www.cbc.ca/canada/calgary/story/2010/08/11/calgary-hail-storm-record-damage-insurance-bureau.html

รูปกระจกกรีนเฮาส์แตกที่มหาวิทยาลัยแคลการี่
ที่ประเทศจีนก็ได้มีการอพยพประชาชนหลายแสนคนทางพี้นที่ภาคเหนือ ซี่งเกียวข้องกับน้ำท่วมฉับพลัน http://www.nytimes.com/2010/08/23/world/asia/23flood.html

และเกิดปรากฏการณ์สนามแม่เหล็กโลกเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน www3.nict.go.jp/y/y223/simulation/realtime/movie/2010/test_6.20100823.avi
สุดท้ายเกิดน้ำท่วมขนาดหนักทางตอนใต้ของประเทศอังกฤษ http://www.guardian.co.uk/uk/2010/aug/23/floods-heavy-rain-southern-england
ในวันที่ 24 สิงหาคม เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.1 ริตเตอร์ เวลา 2:12 UTC ที่ประเทศแม็คซิโก http://www.emsc-csem.org/Earthquake/earthquake.php?id=185292

เกิด Heatwave ทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย http://latimesblogs.latimes.com/lanow/2010/08/hot-weather-big-waves-in-southern-california.html
เกิดพายุโซนร้อนบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนาม และทำให้ชาวประมงสูญหายไป 137 คน http://www.bloomberg.com/news/2010-08-24/vietnam-says-137-fishermen-missing-as-tropical-storm-mindulle-approaches.html
ในวันที่ 27 สิงหาคม เกิด ภูเขาไฟระเบิด ที่ประเทศโคลัมเบีย และทางการได้อพยพประชาชนจำนวน 278 คนออกจากพี้นที่ http://www.theepochtimes.com/n2/content/view/41590/
![]()
และเกิดแผ่นดินถล่มที่ประเทศตุรกี ซี่งเป็นผลมาจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ http://www.chron.com/disp/story.mpl/ap/world/7174103.html

วันที่ 28 สิงหาคม เกิดดินถล่มที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เนื่องจากฝนตกหนักและน้ำป่าไหลเข้าตัวเมือง http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000120122
เกิดภูเขาไฟ Sinabung ระเบิดที่ประเทศอินโดนีเซีย ปล่อยเถ้าถ่านและลาวาออกมาครั้งแรกในรอบ 400 ปี http://www.chicagotribune.com/news/nationworld/sns-ap-as-indonesia-volcano-erupts,0,7675189.story

ในวันที่ 2 กันยายน ในรัฐ North Carolina ทางการได้เตรียมอพยพนักท่องเที่ยวจำนวน 5 พันคนออกจากพี้นที่ ทางผ่านของพายุ Earl http://www.metro.co.uk/news/839756-hurricane-earl-forces-thousands-to-evacuate-islands-homes

ภาพจาก AP
ในวันที่ 2 กันยายน เกิดเหตุระเบิดที่แท่นขุดเจาะน้ำมันที่อ่าวเม็คซิโก ซี่งเป็นครั้งที่สองในรอบปีนี้ โดยที่ทั้งสองเหตุการณ์นี้เกิดขี้นในช่วงที่พระอาทิตย์เกิดปฏิกริยาทั้งคู่ จีงเป็นไปได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่ถูกจุกฉนวนจากใต้ทะเล และ อาจเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก http://news.yahoo.com/s/afp/20100902/ts_afp/usblastoil

เกิดหิมะตกที่ประเทศรัศเซียเร็วกว่ากำหนดถีงสองอาทิตย์ http://wattsupwiththat.com/2010/08/24/snow-in-russia-in-august/ ซี่งประเทศรัศเซียพี่งเจอกับ Heatwave ไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
และเกิดพายุใต้ฝุ่นขนาดใหญ่เคลื่อนตัวเข้าไปในประเทศเกาหลีใต้ในเมืองหลวงซี่งเป็นพายุใต้ฝุ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในรอบ 15 ปี http://www.bbc.co.uk/news/world-asia-pacific-11167547
ในวันที่ 3 กันยายน เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7 ริตเตอร์ เวลา 16:35 UTC ที่ประเทศนิวซีแลนด์ http://www.emsc-csem.org/Earthquake/earthquake.php?id=186951


http://www.stuff.co.nz/national/4094986/Massive-quake-hits-South-Island
และเกิดภูุเขาไฟระเบิดที่ประเทศอินโดนีเซียเป็นครั้งที่สองในรอบสัปดาห์ http://www.csmonitor.com/World/Asia-Pacific/2010/0903/Indonesia-volcano-eruption-sends-villagers-fleeing-for-the-second-time-this-week
และยังมีรายงาน ระดับน้ำในแม่น้ำอเมซอนต่ำสุดในรอบ 40 ปี http://www.telegraph.co.uk/earth/environment/7978046/Amazon-at-lowest-level-for-40-years.html

ในวันที่ 4 กันยายน เวลา 8:52 UTC เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.1 ริตเตอร์ที่หมู่เกาะ Tonga http://www.emsc-csem.org/Earthquake/earthquake.php?id=187098
ในวันที่ 5 กันยายน เกิดโคนถล่มที่ประเทศกัวเตมาลาทำให้มีผู้เสียชิวิต 36 คน ซี่งเกิดจากฝนตกหนัก http://news.yahoo.com/s/afp/20100905/ts_afp/guatemalafloods_20100905175108

http://www.alertnet.org/thenews/pictures/CD10.htm
วันที่ 6 กันยายน เกิดแผ่นดินไหวที่ Tonga เวลา 7:24 UTC ขนาด 6 ริตเตอร์ http://www.emsc-csem.org/Earthquake/earthquake.php?id=187397

และเกิดหินอุกกาบาตขนาดใหญ่ตกที่ประเทศโคลัมเบีย http://colombiareports.com/colombia-news/news/11683-giant-fire-ball-falls-from-the-sky-in-central-colombia.html

และยังเกิดอุกกาบาตตกที่ประเทศบราซิลในวันเดียวกันอีกด้วย
ในวันที่ 6 กันยายน มีรายงานว่าจะมีอุกกาบาตสองลูกเคลื่อนตัวเข้าใกล้โลก มีชื่อว่า 2010 RF12 และ 2010 RX30 ซี่งอุกกาบาตอันแรกจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ในวันที่ 6-7 กันยายน ส่วนอุกกาบาตอันที่สองจะเคลื่อนตัวเข้ามาในวันที่ 8 กันยายน เวลา 16-17 UTC ซี่งเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับปรากฏกาณ์ดาวเรียงตัวระหว่างโลก ดวงอาทิตย์ และ ดวงจันทร์ http://britastro.org/blog/?tag=2010-rf12

ในวันที่ 7 กันยายน มีข่าวจากผู้จัดการว่า ภูเขาไฟอินโดนีเซียพ่นควันดำขโมงขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงถึง 5,000 เมตร เมื่อเช้าตรู่วันนี้ นับเป็นการปะทุที่รุนแรงที่สุด นับตั้งแต่คุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้ง หลังสงบมานาน 400 ปี แรงระเบิดของภูเขาไฟซินาบุงในจังหวัดสุมาตราเหนืออาจไปไกลถึง 8 กิโลเมตร เป็นที่วิตกกันว่า การปะทุครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณบอกเหตุว่าจะเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นในอีก 2-3 สัปดาห์ หรืออีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และจะกลับสงบลงอีกครั้ง หลังปะทุออกมาแล้ว ก่อนหน้านี้ ประชาชนกว่า 30,000 คนที่อาศัยอยู่ตามแนวภูเขาไฟซินาบุงต้องอพยพออกไปอยู่ในที่พักชั่วคราว มัสยิด และโบสถ์ในหมู่บ้านใกล้เคียง แต่บางคนยืนกรานที่จะกลับไปยังพื้นที่อันตรายเพื่อตรวจดูบ้านเรือนและพืชผลของพวกเขา http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9530000125125

ในวันที่ 7 กันยายน เกิดแผ่นดินไหวที่หมู่เกาะฟิจิขนาด 6.3 ริตเตอร์ เวลา 16:13 UTC http://earthquake.usgs.gov/earthquakes/recenteqsww/Quakes/us2010axa9.php

และมีรายงานอุบัติเหตุทางการบินจำนวนมากในสหรัฐอเมริกา http://hisz.rsoe.hu/alertmap/index2.php
ในวันที่ 8 กันยายน เวลา 11:37 UTC เกิดแผ่นดินไหวที่หมู่เกาะ Vanuatu ขนาด 6.2 5.7 ริตเตอร์ http://www.emsc-csem.org/Earthquake/earthquake.php?id=187757
วันที่ 9 กันยายน เวลา 7:28 UTC เกิดแผ่นดินที่ประเทศชิลี ขนาด 6.1 ริตเตอร์ http://www.emsc-csem.org/Earthquake/earthquake.php?id=187882

นอกจากนั้น ก็เกิดแผ่นดินไหวถี่มากในบริเวณทะเลเมริเตอร์เรเนียนเวลาระหว่าง 7 ถีง 16 UTC ตามที่คาดการณ์เอาไว้ แต่ไม่มีขนาดใหญ่พอที่จะสร้างความเสียหาย http://www.emsc-csem.org/Earthquake/index.php
เวลา 22: 03 UT เกิดเหตุท่อก็าซระเบิดขนาดใหญ่ ที่เมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา http://www.sfgate.com/cgi-bin/article.cgi?f=/c/a/2010/09/09/BADP1FBJRS.DTL

เหตุการณ์ท่อก็าซระเบิดอาจจะเชื่อมโยงกับหินอุกกาบาตตกบริเวณเดียวกันก็เป็นได้ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปแน่ชัด http://www.examiner.com/weather-in-los-angeles/clear-skies-and-a-large-meteor-sighting-over-the-southland-dazzles-commuters
ข้อมูลภายหลังบ่งบอกว่าการระเบิดจะมีสาเหตุมาจากอุกกาบาตตก แต่มีการปกปิดข่าวว่าเป็นสาเหตุจากเรื่องอื่น http://www.examiner.com/human-rights-in-national/san-bruno-sept-10-plane-photo
และยังมีรายงานการเกิดฟ้าผ่า ถีง 13,000 ครั้งภายในเวลาเพียงหนี่งชั่วโมง ซี่งมากที่สุดเท่าที่เคยเก็บสถิติมาตั้งแต่ปี คศ 2005 http://www.bloomberg.com/news/2010-09-09/hong-kong-hit-by-record-13-000-lightning-strikes-during-one-hour-of-storm.html
วันที่ 11 กันยายน เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.9 ริตเตอร์ เวลา11:43 UTC ที่หมู่เกาะนิโคบาว์ ในมหาสมุทรอินเดีย http://www.emsc-csem.org/Earthquake/earthquake.php?id=188182

วันที่ 13 กันยายน เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.9 ริตเตอร์ เวลา 17:15 UTC ที่ประเทศเปรู http://www.emsc-csem.org/Earthquake/earthquake.php?id=188496

ในวันที่ 15 กันยายน มีปริมาณ Kp สูงขี้นแต่ไม่มากนัก เป็นการยีนยันว่าปฏิกริยาพระอาทิตยฺ์ในวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อโลกไม่มากนัก จีงทำให้เกิดแผ่นดินไหวไม่รุนแรงนักในวันที่ 13 กันยายน สำหรับเหตุการณ์ในวันที่ 18 กันยายน นั้น เราถีอว่าเป็นเหตุการณ์ที่เริ่มต้นกันใหม่ จีงไปเขียนในบทความนี้แทน http://truth4thai.org/planetaryalignment/Sep21_10

- Login or register to post comments
- Printer-friendly version
































12 กันยายน
13 กันยายน
14 กันยายน
Comments
1 comment postedติดตามลุ้นดู อยู่แถวหน้าเลยครับ !