ทฤษฏี Galactic Super Wave
ทฤษฏนี้คิดค้นโดย ดร. Paul LaViolette ซี่งเป็นการศีกษาเกี่ยวกับการระเบิดจากจุดศูนย์กลางของแกเล็คซี่ ทฤษฏีนี้ได้อธิบายถีงความเชื่อมโยงระหว่างแรงระเบิดกับปรากฏการณ์ที่เกิดขี้นบนโลกเมื่อหลายพันปีก่อน รวมถีงช่วง ICE Age ซี่งมีสัตว์หลายชนิดสูญพันธุ์ พลังงานและคลื่นที่ส่งออกมาจากจุดศูนย์กลางของทางช้่างเผือกนั้นส่วนใหญ่จะประกอบด้วยรังสี คอสมิก และ แกมมา และคลื่นอย่างอืน
![]() |
![]() |
เมื่อพลังงานเหล่านี้เคลื่อนตัวเข้าใกล้ระบบสุริยะจักรวาลด้วยความเร็วใกล้ความเร็วแสง จะทำให้สนามแม่เหล็ก Heliopause ของดวงอาทิตย์เกิดการหดตัว และ ทำให้ส่วน Bow shock ขยายตัวขี้น และไปหลอมอุตกาบาตที่อยู่ล้อมรอบระบบสุริยะจักรวาล เมื่อเกราะสนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์หดตัวลงก็ทำให้ฝุ่นละอองเข้ามาในระบบสุริยะมากขี้นจนทำให้พระอาทิตย์ล้อมรอบด้วยฝุ่นละอองและเผาพลาญปริมาณมากและเปลี่ยนเป็นสีแดง และกลายเป็น T Tauri Star และเกิดการระเบิดขนาดใหญ่ขี้น จากงานวิจัยของเขาพบว่า Heliopause ได้ลดขนาดลงจนถีงดาวพฤหัส เมื่อสมัย หมื่นกว่าปีที่แล้ว
![]() |
![]() |
หลักฐานในการพิสูจน์ทฤษฏนี้ ได้จากตัวอย่างน้ำแข็งที่ขุดมาจากขั้วโลกเหนือและใต้ ซี่งเป็นที่ๆ มีพลังงานเข้ามามากที่สุด เมื่อพลังงานรังสีคอสมิกเข้ามามากจะทำปฏิกริยากับชั้นบรรยากาศ เกิดเป็นธาตุ Beryllium 10 ถ้าหากตรวจพบปริมาณมากในน้ำแข็งจะเป็นตัวบ่งบอกถีงผลกระทบที่เกิดขี้นบนโลกจากปฏิกริยานี้

นอกจากนั้นแล้วเรายังตรวจพบ Nickle ทอง และ Iridium ในน้ำแข็งเป็นปริมาณมากซี่งเป็นฝุ่นละอองจากรังสีคอสมิก เราตรวจจับธาตุเหล่านี้ปริมาณมากเมื่อประมาณ 5,300 11,500 และ 28,000 ปีก่อน ถ้าดูประวัติศาสตร์โลกในช่วงนั้น จะพบว่าเกิดภัยพิบัติขี้นอย่างใหญ่หลวงเช่นเมื่อประมาณ ห้าถีงหกพันปีที่แล้ว เกิดน้ำท่วมโลก ช่วงประมาณ 11500 ปีที่แล้วเป็นยุคของ Ice Age และมีสัตว์สูญพันธุ์เป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าโลกของเรานั้นมีการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศอย่างฉับพลันและมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในช่วงอายุขัยของเรา ซี่งการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากแรงกระตุ้นจากนอกระบบสุริยะจักรวาล
ทฤษฏีนี้เริ่มมีความเป็นไปได้สูงขี้นในการอธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขี้นกับระบบสุริยะจักรวาล เมื่อเราสามารถตรวจจับการระเบิดจากจุดศูนย์กลางของทางช้างเผือกเราจะดาวเทียม Chandra ในปี 2003 จากพลังงานที่มาจาก SGR A* ไปทำปฏิกริยากับกลุ่มก็าซที่ SGR B1 ซี่งห่างออกไปเป็นระยะทางประมาณ 350 ปีแสง สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าพลังงานนี้กำลังเดินทางมาหาระบบสุริยะจักรวาลในไม่ช้านี้ ซี่ง ดร. LaViolette ได้คาดการณ์ไว้ว่าจะมาถีงโลกภายใน 400 ปีนี้ด้วยความน่าจะเป็น 90 เปอร์เซ็นต์
ถ้าเราสังเกตถีงสภาพอากาศในปัจจุบันจะพบว่ามีลางบอกเหตุคล้ายๆกับทฤษฏีนี้ โดยเฉพาะปริมาณฝุ่นที่เข้ามาในระบบสุริยะจักรวาล และ Heliopause มีขนาดหดตัวลง และ ยังเป็นช่วงประจวบเหมาะกับการที่ระบบสุริยะจักรวาลจะเรียงตัวกับทางช้างเผือกช่วงปลายปี 2012 อย่างที่ได้กล่าวเอาไว้ในหมวด 2012 ซี่งปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขี้นอาจจะเป็นปรากฏการณ์เดียวกันก็ได้ ไม่สามารถที่จะสรุปได้แน่นอน ต้องเกาะติดสถานการณ์กันต่อไป
ตัวอย่างของการเกิด Gamma Ray Burst ที่ตรวจจับได้จากยาน Ulysses ในวันที่ 27 สิงหาคม คศ 1998
- Login or register to post comments
- Printer-friendly version






Comments
3 comments postedหลักฐานของอิทธิพลจากดวงอาทิตย์ที่ทำให้เกิดการสูญสิ้นพันธุ์ยุคพลีสโตซีน
บทความ 23 พ.ย. ค.ศ.2010 ของ Paul LaViolette จาก http://www.etheric.com/Downloads/SPE.html
กล่าวแสดงหลักฐานจากแก่นน้ำแข็งขั้วโลกที่มีการเพิ่มจำนวนคาร์บอนกัมมันตรังสีเฉียบพลัน เมื่อราว 12,800 ปีที่แล้วและการสิ้นสุดยุคโบราณหนึ่งคือ พลีสโตซีน เปลี่ยนไปสู่อีกยุคหนึ่ง ที่อาจเป็นผลจากปริมาณโปรตอนจำนวนมหาศาลที่ทำให้สนามแม่เหล็กโลกเปลี่ยนแปลงชั่วขณะ และโปรตอนความเข้มสูงที่ทะลวงผ่านถึงผิวโลก ชีวิตทำให้สัตว์ใหญ่ทั้งหลายยุคนั้นสูญพันธุ์
ดูภาพ เรื่องราวยุคพลีสโตซีนจาก http://www.trussel.com/prehist/news275.htm
บันทึกหลักฐานจากแก่นน้ำแข็งกรีนแลนด์แสดงภาวะไนเตรทสูง แต่ช่วงหนึ่งของชั้นน้ำแข็งได้พบปริมาณไอโซโทปของธาตุเบอริเลียม (10Be) ลักษณะเช่นนี้แสดงว่าขณะนั้นที่ผิวน้ำแข็งเกิดเผยผึ่งปะทะกับรังสียูวี คว่ามเข้มสูงเป็นเวลานาน นั่นเป็นผลจากการที่ชั้นโอโซนถูกทำลาย ต่อมาชั้นบนขึ้นไปของแก่นน้ำแข็ง ได้แสดงการเย็นตัวอย่างฉับพลันและอุ่นขึ้นของยุคหนึ่ง (Alleröd) ตามมาด้วยอีกยุคหนึ่ง (Alleröd/Younger Dryas) ที่มีปริมาณแอมโมเนียมความเข้มข้นสูงมาก การตามต่อด้วยชั้นน้ำแข็งสีเข้มของชั้นนี้ บ่งบอกว่าเป็นช่วงที่มีไฟไหม้ระดับกว้างกระจายทั่วโลก ซึ่งคล้ายกับชั้นน้ำแข็งที่ได้จากอเมริกาเหนือยุคหนึ่ง ด้วยเหตุที่เหตุการณ์นี้เกิดกว่าร้อยปีหลังยุคเย็นตัว จึงตัดเรื่องการพ่งชนจากดาวหางที่กระตุ้นให้เกิดไฟบรรลัยกัลป์ที่เป็นผลต่อฤดูหนาวนิวเคลียร์ออกไป
Paul LaViolette กล่าวว่าการเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 9.3 R เมื่อ ค.ศ. 2004 และเกิดสุมาตราสึนามินั้น ตรวจจับรังสีแกมมาระดับสูงกว่าที่เคยบันทึกได้ถึง 100 เท่า รังสีปรากฏช่วงสั้นๆ เพียง 1.5 วินาที และค่อยๆ ลดลงในช่วงเกิน 5 นาที ในลักษณะที่เป็นจังหวะ 7.57 วินาที รังสีมาจากดาวนิวตรอนชื่อ SGR1806-20 น่าสนใจว่าจากระยะห่างที่ 45,000 ปีแสง และมาจากภายในกาแล็กซีของเรา ดังนั้นจึงให้สมมุติฐานว่าแรงกระตุ้นรังสีแกมมาที่รุนแรงมีส่วนสัมพันธ์กับแผ่นดินไหวครั้งนี้ การที่รังสีที่ตรวจได้มาช้า 44.6 ชม. หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว ความเร็วของรังสีแกมมาจึงเป็น 0.99999989 c ของความเร็วแสง รังสีนี้มาพร้อมกับคลื่นแรงโน้มถ่วง ดูเพิ่มเติมเรื่องที่น่าสนใจนี้ได้จาก
http://www.etheric.com/GalacticCenter/GRB.html
ยังมีส่วนเชื่อมโยงไปยังเว็บที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับหน่วยงานเฝ้าระวัง superwave มาให้ และงานวิทยานิพนธ์ กับให้หนังสืออีกจำนวนหนึ่ง เป็นแนวคิดใหม่หลายประการ สำหรับผู้สนใจศึกษา จะเป็นประโยชน์ เพราะจะเข้าใจสาเหตุของเหตุการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลง ที่มีหลักฐานประกอบอภิปราย